สถานีรถไฟหัวลำโพง ตำนานรถไฟสายหลัก 105 ปี สมัยรัชกาลที่5

ทำความรู้จักตำนานสถานีรถไฟสายหลักก่อนจะมาเป็น สถานีรถไฟหัวลำโพง ที่โดดเด่นและสง่างามอย่างในปัจจุบัน สมัยก่อนได้บอกเอาไว้ว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นทุ่งกว้าง มีชาวบ้านนำ วัว ควาย มาเลี้ยง มีต้นไม้ชื่อว่า “ต้นลำโพง” ขึ้นอยู่มากบริเวณนี้ จึงถูกเรียกขื่อว่า “ย่านวัวลำพอง” ที่ตั้งให้เหมือนกับชื่อ “วัดวัวลำพอง” จากนั้นได้เรียกเพี้ยนมาเป็น “หัวลำโพง” ในปัจจุบัน

สถานีรถไฟกรุงเทพแห่งแรกของประเทศไทย เริ่มก่อสร้างขึ้นในปลายสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงนำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่กรุงเทพฯ สถานีรถไฟหัวลำโพงยัง ศูนย์กลางในการคมนาคม ไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย และ การขนส่งสินค้าที่มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในยุคสมัยนั่น ยุคที่ชาวตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพล ในสยามประเทศ ในปี พ.ศ.2453 ได้เริ่มก่อสร้างสถานีรถไฟกรุงเทพ เป็นสถานที่หลัก ในเขตพื้นที่ ปทุมวัน โดยมีอาณาเขต ทิศเหนือ จรดคลองมหานาค , ทิศใต้ จรดถนนพระราม 4 ,ทิศตะวันออก จรดถนนรองเมือง และทิศตะวันตก จรดคลองผดุงกรุงเกษม สร้างบนพื้นที่รวม 120 ไร่เศษ กินพื้นที่บริเวณโดยรอบทั้งหมด สถานีหัวลำโพงได้ก่อสร้างเสร็จ และ ได้ทำการเปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อ วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ.2459 ในสมัยรัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงทำพิธีกดปุ่มสัญญาณ เพื่อเปิดสถานีให้รถไฟได้วิ่งเข้าสถานีครั้งแรก และต่อมา รถไฟขบวนแรกแล่น ไปยังพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ทางรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ก่อสร้าง ขบวนรถไฟเพิ่มขึ้นเรื่อย เพื่อให้คนไทยได้คมนาคมได้สะดวก และ ทำให้ประเทศมีการพัฒนาเทียบเท่าชาวตะวันตก

เปลี่ยนสถานีรถไฟสายหลักจาก สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นสถานีรถไฟบางซื่อ

สถานีรถไฟหัวลำโพง ได้ถูกออกแบบ สถานีรถไฟกรุงเทพโดย MARIO TAMAGNO สถาปนิกชาวอิตาลี ผู้ออกแบบสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคม , สะพานมัฆวานรังสรรค์ , ท้องพระโรงวังสวนกุหลาบ , วังปารุสกวัน หรือ แม้กระทั่งตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล เป็นต้น MARIO TAMAGNO ได้ออกแบบสถานีรถไฟให้เป็นรูปโดมสไตล์อิตาเลียน ผสมผสานกับศิลปะในยุค “เรอเนสซองส์” เข้าด้วยกัน ลักษณะเด่น ที่คล้ายสถานีรถไฟเมือง แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน วัสดุก่อสร้างที่สวยงาม เช่น ไม้สักแกะสลักลายนูน , กระจกสี หรือ หินอ่อน ทุกพื้นที่การใช้งานในบริเวณสถานี ได้ทำการตกแต่ง ให้มีความสวยที่แตกต่างกันไป แต่ ทำออกมาสวยเลยทีเดียว เช่น บันได เพดาน ช่องระบายอากาศ ไปจนถึงเสาอาคาร และอีกจุดเด่นสำคัญเลยคือ นาฬิกาที่มีอายุเก่าแก่ ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 160 เซนติเมตร ติดตั้งไว้กลางยอดโดม

ด้านข้างของสถานีหัวลำโพง ทิศตะวันตก ได้ก่อสร้างให้เป็นรูปทรงโค้ง มีพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร เอาสำหรับ รองรับผู้ใช้บริการทั้งขาเข้า และ ขาออก สถานีรถไฟหัวลำโพงมีชานชาลาทั้งหมด 20 สถานี โดยแบ่งเป็น ตัวสถานี 12 ชานชาลา และ โรงรถดีเซลราง 8 ชานชาลา

 กิจการเดินรถที่ออกจาก กรุงเทพฯ มีทั้งหมด 4 สายหลัก ได้แก่

  • ทางรถไฟสายเหนือ ปลายทาง สถานีรถไฟเชียงใหม่
  • ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ปลายทาง สถานีรถไฟอุบลราชธานี และ สถานีรถไฟหนองคาย
  •  ทางรถไฟสายตะวันออก ปลายทาง สถานีรถไฟอรัญประเทศ และ สถานีรถไฟบ้านพลูตาหลวง
  • ทางรถไฟสายใต้ ปลายทาง สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ และ สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก

ในปี พ.ศ. 2541 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขัน เอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 สถานีรถไฟหัวลำโพง ไปปรับปรุงอาคาร ให้มีพื้นที่ สำหรับขายอาหาร ขนม เครื่องดื่ม เบเกอรี่ ผลไม้ ร้านค้าต่าง ๆ หรือ แม้กระทั่งบริษัทที่ให้บริการด้านโรงแรม , การท่องเที่ยว , ตั๋วเครื่องบิน และ บริการการแลกเปลี่ยนเงินตรา โดยทางสถานีได้ทำการสร้างชั้นลอย เพื่อเพิ่มการรองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ 

สถานีรถไฟหัวลำโพงมี รถไฟวิ่งประมาณ 200 ขบวนต่อวัน โดยจะมีผู้ใช้บริการมากที่สุดในช่วงเทศกาล ปีใหม่ และ สงกรานต์ โดยในปี พ.ศ. 2544 มีผู้ใช้บริการสูงสุดประมาณ 60,000 คนต่อวัน

เหลือไว้เพียงตำนาน ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ กับ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟอันเก่าแก่ของไทย

ก่อนหน้านี้ประมาณเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทางสถานีรถไฟหัวลำโพง ได้เดินขบวนรถไฟ ขบวนสุดท้าย และ ได้ทำการเปลี่ยนให้ สถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีรถไฟหลักแทน สถานีรถไฟบางซื่อซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ซึ่งมีพื้นใช้สอยมากพอที่จะรองรับ จำนวนผู้ใช้บริการรถไฟที่มีมากขึ้นทุกวัน ก่อนจะเปิดถาวรในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2564 ทางสถานีรถไฟหัวลำโพงจะทำการปิดการใช้บริการทั้งหมด ซึ่งสถานีเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมามากกว่า 100 ปี ต้องจบลง และยังคงเหลือเอาไว้ให้เป็น พิพิธภัณฑ์รถไฟไทย และทำให้เป็นสถานีรถไฟหัวลำโพง ประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ และ ได้ทำความรู้จักกับรถไฟไทย รถไฟสายหลัก ในสมัยก่อน ที่มีความสำคัญ ในการคมนาคมมีความสะดวก และ คล่องตัว ทำให้ประเทศมีความเจริญเกือบเทียบเท่าตะวันตก สถานีหัวลำโพงย่านเมืองเก่า ประตูสู่พื้นที่วัฒนธรรมอันเก่าแก่ ย่านเยาวราช ย่านพระราชวัง การท่องเที่ยวเมืองเก่าใน กรุงเทพมหานคร จุดเชื่อมระหว่าง ความเก่าแแก่ และ ความทันสมัยศูนย์กลางการเดินรถไฟฟ้า MRT โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เข้ามามีบทบาท และ เพิ่มความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ดังนั้น สถานีีถไฟหัวลำโพงจะคงไว้ซึ่ง สถาปัตยกรรมอันสวยงาม เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษารถไฟไทยต่อไป

สถานีรถไฟหัวลำโพง
https://unsplash.com/photos/tDChGf0j_vI

สรุป 

สถานีรถไฟหัวลำโพง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วสร้างในสมัยกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ออกแบบโดยMARIO TAMAGNO สถาปนิกชาวอิตาลี ได้รูปโดมสไตล์อิตาเลียน ผสมผสานกับศิลปะในยุค “เรอเนสซองส์” คล้ายสถานีรถไฟเมือง แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ประดับประดาไปด้วย หินอ่อน ไม้สักแกะสลักนูน และ กระจกสี ยอดโดมมีนาฬิกาเก่าแก่ที่มีอายุเท่าตัวสถานีรถไฟ มีการก่อสร้าง และ ขยายกิจการเดินรถทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคใต้ โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือ สงกรานต์ จะมีผู้ใช้บริการมากถึง 60,000 คนต่อวัน และ รถไฟสามารถวิ่งประมาณ 200 ขบวนต่อวัน ปกติสถานีรถไฟหัวลำโพง จะเป็นสถานีรถไฟหลัก แต่มีเนื้อที่เพียง 120 ไร่เศษ แต่หลังจากนี้ จะยกให้สถานีรถไฟบางซื่อ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 2,000 เป็นสถานีรถไฟหลักแทน และ ในวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2564 ทางสถานีรถไฟหัวลำโพงปิดตัวลง อย่างถาวร โดยจะเปลี่ยนให้สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นพิพิธภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยว และ ศูนย์การเรียนรู้รถไฟไทยอันเก่าแก่ของไทย อีกทั้งในพื้นที่บางส่วนจะจัดสรรให้เป็นพื้นที่ กิจกรรมสำหรับทุกเพศทุกวัยอีกด้วย

เว็บพนันออนไลน์ ฝากถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา