ยายวัย 77 ปี กลัวโจรขโมยของในบ้าน เลยเผาบ้านตนเอง

สอบสวน สถานีตำรวจภูธรพนัสนิคม ได้รับรายงานแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ตำบลหัวถนน อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุดังกล่าว ได้เดินทางไปพร้อมกับหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุทุ่งเหียง ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลตำบลหัวถนน และการไฟฟ้าส่วนผู้ภูมิภาคสาขาพนัสนิคม มีผู้สูงอายุรายหนึ่ง อายุ 77 ปี ที่กำลังโมโห และโกรธ รวมไปถึงนั่งนิ่งอยู่ข้างนอกบ้านที่กำลังมอดไหม้ แล้วได้อ้างว่ามีคนกำลังจะมาขโมยของภายในบ้านของตนเอง จึงทำการจุดไฟเผาบ้านตนเองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี สภาพของบ้านดังกล่าวมีการไหม้วอดไปทั้งหลัง พร้อมไฟและควันโหมลุกขึ้นไปทั่วฟ้า ซึ่งลักษณะของบ้านคุณยายเป็นบ้านพักสร้างด้วยวัสดุจากไม้ 2 ชั้น ที่กำลังถูกเพลิงโหมกระหน่ำลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงต้องเร่งฉีดน้ำสกัดไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยได้ใช้เวลาดับเพลิงไปประมาณ 30 นาที จึงสามารถดับเพลิงได้สนิทเหลือแต่เพียงกลุ่มควันลอยทั่วฟ้า จากนั้นจึงได้ทำการค้นหาผู้ที่พักอาศัยในบ้านหลังดังกล่าว ต่อมาได้ทราบว่าเป็นบ้านของ นางภรณ์ (นามสมมติ) อายุ 77 ปี ผู้สูงอายุ เพศหญิง ซึ่งเป็นผู้อาศัยอยู่บ้านที่ถูกไฟไหม้เพียงลำพังและตัวคนเดียว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานอื่นๆ ได้สอบถามนางภรณ์ (นามสมมติ) เจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งได้ให้การแบบวกไปวนมา คล้ายคนที่ไม่มีสติ แต่เจ้าหน้าที่ก็พยายามจับใจความ ซึ่งได้ความว่า ตนเองนั้นได้จุดไฟเผาข้าวของภายในบ้านด้วยตัวเอง เนื่องจากคิดว่าจะมีคนมาแอบขโมยข้าวของภายในบ้านตัวเองไป ด้วยการเอาข้าวของมากองรวมที่เตาแก๊สในห้องครัว จากนั้น จึงจุดไฟเผาเพื่อประชด เพราะของของตนไม่ได้ให้ใครจะมาเอาไปไม่ได้ ทั้งนี้นางภรณ์ ยังจะกล่าวต่ออีกว่า เมื่อไฟกำลังลุกไหม้ ตนก็จะนำเอาน้ำมาดับ ประกอบกับตนมีอาการขี้หลงขี้ลืม ไฟจึงลุกไหม้รุนแรงดับไม่ทัน ลุกลามรวดเร็ว จึงรีบหนีออกมาทางหลังบ้านมานั่งอยู่ท่ามกลางความมืด ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้นำตัวนางภรณ์ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สถานีตำรวจภูธร พนัสนิคม เพราะจากการเล่าเหตุการณ์ที่ผ่านมา เหมือนเป็นคนมีสติไม่ครบถ้วน ให้การวกไปวนมาจับใจความไม่ได้ หากพบว่ามีการเผาเองจริง ก็จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ฝากไม่มีขั้นต่ํา