คณะราษฎรจัดม็อบชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย

จากที่ได้มีการจัดม็อบชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยโดยมีแกนนำเป็นเยาวชนนักศึกษา ที่พร้อมใจกันออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา หรือที่เรียกว่า “แฟลชม็อบ” ในครั้งนั้นได้ยุติการชุมนุมโดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

คณะราษฎรสู้ไม่ถอยจัดม็อบชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่อง

หลังจากยุติการชุมนุมครั้งนั้นตำรวจก็ได้มีการเรียกแกนนำมารับทราบข้อกล่าวหาหลายราย แต่หลังจากม็อบชุมนุมประท้วงครั้งแรกผ่านมาไม่นานล่าสุดก็ได้มีม็อบอีกครั้งโดยมีการติดแฮชแท็กว่า #ม๊อบ14ตุลา สนั่นโซเชียล โดยการชุมนุมในครั้งนี้มีผู้ชุมนุม ที่ออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้นกว่าการชุมนุมในครั้งแรก และครั้งนี้สถานการณ์มีความตึงเครียด ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้มากขึ้น  มีแกนนำนักศึกษาและประชาชนมากกว่า 30 องค์กร มารวมตัวกันโดยใช้ชื่อว่า ‘คณะราษฎร’ โดยการชุมนุมในครั้งนี้มีข้อเรียกร้องสามข้อ ที่เป็นวัตถุประสงค์ของการชุมนุม

  1. ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและองคาพยพ ลาออกจากตำแหน่ง
  2. รัฐสภาต้องเปิดประชุมวิสามัญทันทีเพื่อรับร่างและแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
  3. ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

การชุมนุมครั้งนี้ผู้ชุมนุมตั้งใจจะปักหลักเพื่อกดดันรัฐบาลให้ออกมาเคลื่อนไหว สถานการณ์การชุมนุมได้มีตำรวจและทหารพยายามเข้าทำการสลายการชุมนุม การชุมนุมยังดำเนินเรื่อยมาตั้งแต่ 14 ตุลาคม โดยมีการเปลี่ยนแฮชแท็กในการเสพข่าวไปในทวิตเตอร์ก็ทำให้แฮชแท็กม็อบติดเทรนด์ทวิตเตอร์อีกครั้ง โดยในวันนี้มีการติด #15ตุลาไปราชประสงค์

สถานการณ์ยังเป็นที่น่าติดตามเรื่อยไป

แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตอนนี้ยังเป็นที่น่าติดตามเรื่อยไปเนื่องจากแกนนำนักศึกษาจากม็อบชุมนุมประท้วงโดนควบคุมตัว แต่ผู้ร่วมชุมนุมยังพร้อมใจยืนหยัดในการชุมนุมตั้งแต่เช้าเพื่อมีการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎร63และยังมีการพยายามสกัดกั้นรถปฏิบัติงานของตำรวจและทหารที่พยายามเข้าไปสลายการชุมนุม และเกรงว่าอาจมีการใช้ความรุนแรงในหมู่ผู้ชุมนุม และล่าสุดมีการประกาศสลายการชุมนุมในเวลา 22.00 น.โดยผู้ปราศรัยประกาศปิดเวทีและเตรียมเคลื่อนย้ายออกจากที่ชุมนุม โดยมีการประกาศจากผู้ปราศรัยว่าจะมีการร่วมชุมนุมใหม่ในวันพรุ่งนี้ 17.00 น. ณ ราชประสงค์ โดยจะไม่มีการปักหลักชุมนุมข้ามคืน